Posts Tagged ‘หลวงปู่เณรคำ’

หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก นำพุทธศาสนิกชนนับหมื่นจากทั่วประเทศประกอบพิธียกพระพักตร์หยกเขียวพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก

วันพฤหัส, มกราคม 8th, 2009

หลวงปู่เณรคำ   ฉัตติโก  นำพุทธศาสนิกชนนับหมื่นจากทั่วประเทศประกอบพิธียกพระพักตร์หยกเขียวพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก  เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

30122008336.jpg

เมื่อเวลา  14.00 น. วันที่   31 ธ.ค. 51 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่วัดป่าขันติธรรม  บ้านยาง  ต.ยาง  อ.กันทรารมย์  จ.ศรีสะเกษ  พระธรรมฐิติญาณ  เจ้าคณะภาค  10  พร้อมด้วย  พระญาณวิเศษ  เจ้าคณะ  จ.ศรีสะเกษ  ฝ่ายธรรมยุติ  พระมหาสัณฐ์  สุจิณโณ   เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ  ฝ่ายธรรมยุติและเกจิอาจารย์ชื่อดังจากหลายจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ได้เป็นประธานในพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นไปประดับบนองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งหลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม  ได้จัดงานนี้ขึ้น  โดยการนำเอาหยกเขียวที่ตกแต่งเป็นส่วนใบหน้าขององค์พระแก้วมรกตจำลอง  รวมจำนวน  5  ชิ้น  จากนั้นได้เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้จารึกชื่อของตนเองและครอบครัว  รวมทั้งญาติพี่น้องลงบนหยกเขียว  เพื่อที่จะได้นำเอาหยกเขียวไปหุ้มบนองค์พระแก้วมรกตจำลอง  มีหน้าตักกว้าง  15  เมตร  สูง  18  เมตร  ซึ่งเป็นองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก  ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดสร้าง  โดยการใช้รถเครนขนาดใหญ่  ใช้เชือกผูกหยกเขียว  เพื่อยกขึ้นไปประดับบนพระพักตร์ของพระแก้วมรกตจำลอง  โดยมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศแห่มาเข้าร่วมพิธีนี้กันเป็นจำนวนมาก

31122008338.jpg

นพ.อดุลย์  โบจรัส  แพทย์  รพ.กันทรารมย์  กล่าวว่า  ในช่วงโอกาสวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ตนเห็นว่า  เพื่อความเป็นสิริมงคลที่จะได้มีโอกาสทำบุญพร้อมกันทั้งครอบครัว  ดังนั้น  จึงได้พากันมาจารึกชื่อลงบนแผ่นหยกเขียวร่วมกับพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศนับหมื่นคน  ทั้งนี้เนื่องจากว่าโอกาสนี้นับว่าจะเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้มีโอกาสจารึกชื่อของตนเองลงบนแผ่นหยกเขียว  เพื่อนำเอาไปหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก  นับว่าเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ปีนี้สำหรับตนและครอบครัวเป็นอย่างมากนั่นเอง

31122008342.jpg

ทางด้าน  หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม  กล่าวว่า  ขณะนี้การก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ  70  %  ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินในการก่อสร้างประมาณ  150  ล้านบาท  โดยเศียรของพระแก้วมรกตจะทำด้วยทองคำแท้  และขณะนี้ได้รับบริจาคทองคำจากพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศแล้วจำนวนหนึ่ง  เพื่อที่จะได้นำเอาทองคำไปหลอมทำเป็นชฎาครอบบนเศียรขององค์พระแก้วมรกตจำลอง  ซึ่งเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่   ดังนั้นจึงได้จัดพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นไปประดับบนพระพักตร์ของอค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก  ทั้ง นี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษและนักท่องเที่ยวจาก ทั่วประเทศได้มีโอกาสมาร่วมพิธีจารึกชื่อลงแผ่นหยกเขียวในครั้งนี้ด้วย  พร้อมทั้งได้นำเอาพระพักตร์หยกเขียวซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น  5  ชิ้นไปประดับเรียบร้อยแล้ว  ส่วนพุทธศาสนชนทั่วไปที่สนใจจะจารึกชื่อลงบนหยกเขียว  เพื่อนำเอาไปหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก  ขอเชิญร่วมจารึกชื่อได้ที่วัดป่าขันติธรรม  บ้านยาง  ต.ยาง  อ.กันทรารมย์  จ.ศรีสะเกษ  ได้ตลอดเวลาอีกด้วย  โดยขณะนี้แผ่นหยกเขียวเหลือจำนวนจำกัดเท่านั้น

31122008343.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ทางวัดป่าขันติธรรมได้จัดพิธีบวชชีพราหมณ์และฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานซึ่งหลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  ได้จัดฝึกอบรมด้วยตนเอง  โดยจัดอบรมขึ้นในระหว่างวันที่  25 – 30  ธ.ค. 51  ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศประมาณ  5,000  คนมาเข้าร่วมอบรมและมีการทำบุญตักบาตร  เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงวันขึ้นปีใหม่ในช่วงเช้าของวันนี้ด้วย  ปรากฏว่า  มี ประชาชนชาวศรีสะเกษและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศมาร่วมทำบุญตักบาตรกัน อย่างคึกคักพร้อมทั้งร่วมกันปักต้นเงินสูง 9 เมตร 5 ต้น จนเงินล้นต้นเงินทั้ง 5 ต้น เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

DSC_4453.JPG DSC_4468.JPG DSC_4495.JPG


ดูรูปทั้งหมด…


หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก แสดงธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง

วันอังคาร, มกราคม 6th, 2009

หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก แสดงธรรมในงานพิธีบวงสรวงสมโภชพระบำรุงราษฎร์ (จูมมณี) และงานประเพณีบุญคูณลานกุ้มข้าวใหญ่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงเพื่อขอให้ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว

DSC_3032.JPG

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 5 ธ.ค. 51 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์พระบำรุงราษฎร์ (จูมมณี) หน้าสถานีตำรวจภูธรพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับกิจนิมนต์เดินทางไปแสดงพระธรรมเทศนา ในงานพิธีบวงสรวงสมโภชพระบำรุงราษฎร์ (จูมมณี) และงานประเพณีบุญคูณลานกุ้มข้าวใหญ่ ซึ่งนายพยม ธารีชาญ นายอำเภอพิบูลมังสาหาร และนายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองพิบูลมังสาหาร ร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอพิบูลมังสาหาร ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น โดยในพิธีมีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีบวชชีพราหมณ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พิธีประกวดพานบายศรีอีสาน 5 ชั้น พิธีบายศรีสู่ขวัญข้าว (กุ้มข้าวใหญ่) และพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้แสดงธรรมและนำพุทธศาสนิกชนชาว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี และจากจังหวัดใกล้เคียง ประกอบพิธีปฏิบัติธรรม และร่วมกันสวดอิติปิโส 108 จบ ท่ามกลางสายลมหนาวในเวลากลางคืน ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมกันปฏิบัติธรรมและสวดมนต์ภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช และเพื่อขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็วอีกด้วย โดยมีพุทธศาสนิกชนพากันมาร่วมปฏิบัติธรรม ประมาณ 1,000 คน

DSC_3024.JPG

หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีอาการพระประชวร ซึ่งทำให้อาตมาภาพและพุทธศาสนิกชนชาว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงมีความห่วงใยพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เนื่องจากว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ เมื่อพระองค์ท่านทรงมีอาการพระประชวร อาตมาภาพและพุทธศาสนิกชนทุกคนจึงได้ร่วมกันปฏิบัติธรรม และร่วมกันสวดอิติปิโส 108 จบ แม้ว่าอากาศจะหนาวเหน็บ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พุทธศาสนิกชนทุกคนมีความท้อถอยแต่อย่างใด ทั้งนี้พุทธศาสนิกชนทุกคนที่มาร่วมพิธีได้หลอมรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่ออธิษฐานจิตขอให้อำนาจพระพุทธคุณได้โปรดดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว และขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

DSC_3051.JPG DSC_3060.JPG DSC_3077.JPG DSC_3085.JPG DSC_3102.JPG DSC_3118.JPG


วัดป่าขันติธรรมจัดพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานบนใบหน้าองค์พระแก้วมรกตจำลอง องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

วันอังคาร, มกราคม 6th, 2009

วัดป่าขันติธรรมจัดพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานบนใบหน้าองค์พระแก้วมรกตจำลอง องค์ใหญ่ที่สุดในโลก เชิญพุทธศาสนิกชน จารึกชื่อลงในแผ่นหยกเขียวก่อนที่จะอัญเชิญขึ้นประดิษฐานหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลอง

DSC_9594.JPG

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. 51 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า วัดป่าขันติธรรมได้กำหนดจะจัดให้มีพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานบนใบหน้าองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ในระหว่างวันที่ 25 – 30 ธันวาคม 2551 โดยในภาคเช้า จะประกอบพิธีตักบาตร เข้าฝึกอบรมสมถะวิปัสสนากรรมฐานโดย หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พิธีทำวัตรสวดมนต์เช้า ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุ สามเณร ส่วนภาคบ่าย เข้าฝึกอบรมสมถะวิปัสสนากรรมฐาน พิธีทำวัตรสวดมนต์เย็น นำโดย หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก รับฟังพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ พิธีบวชชีพราหมณ์ โดยจะบวชทุกวันสำหรับผู้ที่มาทีหลัง

DSC_9590.JPG

หลวงปู่เณรคำ กล่าวต่อไปว่า สำหรับในวันที่ 31 ธันวาคม 2551 จะมีพิธียกพระพักตร์หยกเขียวซึ่งเป็นหยกอิตาลี ที่ได้สั่งซื้อนำเข้ามาจากประเทศอินเดีย ขึ้นประดิษฐาน บนใบหน้าองค์พระแก้วมรกตจำลอง ซึ่งในขณะนี้ การดำเนินการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลอง ได้ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จประมาณ 30 % ของงานทั้งหมด โดยจะมีพิธีพราหมณ์อัญเชิญบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กล่าวโองการอัญเชิญพระพักตร์พระแก้วมรกตจำลอง ขึ้นประดิษฐาน โดยทีมช่างก่อสร้างได้ทำการตัดและประกอบในส่วนของพระพักตร์เสร็จแล้ว และพร้อมที่จะอัญเชิญยกขึ้นไปประดิษฐานองค์พระแก้วมรกตจำลองในปัจจุบัน

DSC_9595.JPG

ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวต่อไปว่า จึงขอเรียนเชิญท่านพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษและชาวไทยทั่วประเทศ ได้ร่วมกันจารึกชื่อของท่านลงในแผ่นหยกเขียว ก่อนที่จะอัญเชิญขึ้นประดิษฐานหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลอง ซึ่งนับได้ว่าเป็นการสร้างบุญญาบารมีครั้งยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงเป็นโอกาสที่สำคัญอันหาได้ยากยิ่ง ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาสจารึกชื่อของตนเองลงในแผ่นหยกเขียวที่จะอัญเชิญขึ้นหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลอง องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้กองงานพระเลขานุการ โทร.มือถือ 084 – 8252348

DSC_9596.JPG DSC_9589.JPG


ขอเชิญร่วมพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก

วันพุธ, ธันวาคม 3rd, 2008

หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ขอเชิญร่วมพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ ๒๕ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑

กำหนดการ

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ - วันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑

ภาคเช้า

  • เวลา ๐๗.๐๐ น. พิธีตักบาตรเช้า
  • เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้า แด่พระภิกษุ สามเณร
  • เวลา ๑๐.๐๐ น. พิธีทำวัตรสวดมนต์เช้า
  • เวลา ๑๑.๐๐ น. เข้าฝึกอบรมสมถะวิปัสสนากรรมฐานโดยหลวงปู่เณรคำ

ภาคบ่าย

  • เวลา ๑๕.๐๐ น. เข้าฝึกอบรมสมถะวิปัสสนากรรมฐาน
  • เวลา ๑๘.๐๐ น. พิธีบวชชี พราหมณ์ (บวชทุกวันสำหรับผู้มาทีหลัง)
  • เวลา ๑๙.๐๐ น. พิธีทำวัตรสวดมนต์เย็น นำโดยหลวงปู่เณรคำ
  • เวลา ๒๐.๓๐ น. รับฟังพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
  • เวลา ๒๑.๓๐ น. เข้าฝึกอบรมสมถะวิปัสสนากรรมฐาน

วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑

  • เวลา ๐๗.๐๐ น. พิธีตักบาตรเช้า
  • เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้า แด่พระภิกษุ สามเณร
  • เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์
  • เวลา ๑๐.๐๕ น. พิธีพราหมณ์อัญเชิญบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กล่าวโองการอัญเชิญพระพักตร์พระแก้วมรกตจำลองขึ้นประดิษฐาน
  • เวลา ๑๑.๐๕ น. พิธียกพระพักตร์ยกเขียวขึ้นประดิษฐาน รับแจกของที่ระลึกในงาน

เสร็จพิธี

ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม (ต้องเปิดด้วยโปรแกรม Adobe Acrobat)

หลวงปู่เณรคำ นำคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนร่วมปฏิบัติธรรมตั้งอธิษฐานจิต 3 วัน 3 คืน ที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร, พฤศจิกายน 25th, 2008

DSC_2561.JPG

หลวงปู่เณรคำ นำคณะสงฆ์ฝ่าดงระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาไปร่วมกับพุทธศาสนิกชนซึ่งนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมตั้งอธิษฐานจิต 3 วัน 3 คืน เพื่อขอให้บ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายกลับคืนสู่ความสงบสุขโดยเร็ว

DSC_2576.JPG

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 พ.ย. 51 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักสงฆ์ขันติบารมี สาขา 3 บ้านห้วย จันทร์ ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ติดกับแนวชายแดนไทย – กัมพูชาและบริเวณนี้มีกับระเบิดหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้นำคณะสงฆ์วัดป่าขันติธรรม เดินทางไปปฏิบัติธรรมร่วมกับชาวบ้านห้วยจันทร์ ซึ่งพากันไปทำไร่อยู่ตามแนวชายแดน โดยหลวงปู่เณรคำ ได้นำคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนร่วมกันปฏิบัติธรรมสวดมนต์ภาวนาและนั่งสมาธิตั้งอธิษฐานจิต ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้า เนื่องจากว่าอยู่ห่างไกลจากความเจริญมาก คณะสงฆ์ต้องใช้เทียนจุดไฟส่องสว่างในการสวดมนต์ภาวนาและนั่งอธิษฐานจิต โดยมีบรรดาพุทธศาสนิกชนพากันนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมอย่างสงบ

DSC_2578.JPG

หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม พระสายวิปัสสนากรรมฐานและเป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง กล่าวว่า การที่อาตมาภาพได้นำคณะสงฆ์มาร่วมกับพุทธศาสนิกชนที่พร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชาด้าน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ร่วมกันปฏิบัติธรรมโดยการสวดมนต์และนั่งสมาธิตั้งอธิษฐานจิตในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการสวดมนต์วิงวอนขอให้อำนาจบุญบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้โปรดช่วยดลบันดาลให้ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้กำลังวุ่นวายเนื่องจากปัญหาการเมืองภายในประเทศขอให้กลับคืนสู่ภาวะปกติสงบสุขโดยเร็ว โดยอาตมาภาพจะนำคณะสงฆ์ปฏิบัติธรรมต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ซึ่งอาตมาภาพมั่นใจว่าด้วยอำนาจบุญบารมีของพระพุทธเจ้าจะช่วยให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะสงบสุขได้ในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน

DSC_2581.JPG DSC_2590.JPG DSC_2593.JPG DSC_2601.JPG DSC_2647.JPG DSC_2869.JPG

ดูรูปทั้งหมด…

ชาวศรีสะเกษทอดกฐินรถเบนซ์ป้ายแดงและแห่ปักต้นเงินสูง 9 เมตร 18 ต้น ได้เงินกว่า 27 ล้านบาท

วันเสาร์, พฤศจิกายน 22nd, 2008

DSC_2009.JPG

ชาวศรีสะเกษทอดกฐินรถเบนซ์ป้ายแดงและแห่ปักต้นเงินสูง 9 เมตร 18 ต้น หาเงินรายได้สมทบสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เงินทอดกฐินกว่า 27 ล้านบาทเศษ

DSC_1911.JPG

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 26 ต.ค. 51 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 พร้อมด้วย พระญาณวิเศษ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุติ ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีทอดมหากฐินทานต้นกฐินสูง 9 เมตร 18 ต้น ซึ่งหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมได้จัดพิธีทอดมหากฐินทานขึ้นเพื่อหาเงินรายสมทบทุนในการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 18 เมตร โดยมีพุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษและจากทั่วประเทศพากันแห่ไปร่วมกันปักต้นงินบนต้นกฐินกันอย่างคับคั่ง ซึ่งมีการใช้ถังชักรอกนำเอาไม้เสียบเงินขึ้นไปให้กรรมการวัดปักบนต้นเงินที่สูงถึง 18 ต้น ทำให้ต้นเงินกฐินเต็มทุกต้น

DSC_1381.JPG

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า แต่ว่าที่เป็นที่น่าสนใจในการทอดกฐินครั้งนี้ก็คือ มีการนำเอารถเบนซ์ป้ายแดงใหม่เอี่ยมหมายเลขทะเบียน 1111 กรุงเทพมหานคร มาร่วมประกอบในองค์บริวารกองกฐินด้วย ซึ่งปรากฏว่าได้สร้างความฮือฮาให้แก่พุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษที่มาร่วมในพิธีทอดมหากฐินทานในครั้งนี้เป็นอย่างมากทีเดียว เนื่องจากว่าเป็นครั้งแรกในพระพุทธศาสนาของชาติไทยที่มีการนำเอารถเบนซ์ป้ายแดงมาเป็นองค์บริวารกฐินในครั้งนี้ โดยมีนายพันแสง - นางชมชนก ชูมัง และนางสุพรรณ แซ่ล้อ ร่วมกันเป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมีประธานสายกฐินอีกจำนวนกว่า 200 สายจากทั่วประเทศมาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดมหากฐินทานในครั้งนี้

DSC_1346.JPG

หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า การจัดพิธีทอดมหากฐินทานต้นกฐินสูง 9 เมตร 18 ต้นในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการหารายได้สมทบทุนในการที่จะทำการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างไปได้แล้วประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการที่มีการนำเอารถเบนซ์ป้ายแดงมาเข้าประกอบในองค์กฐินด้วยนั้น ก็เนื่องจากว่าคณะลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษและทั่วประเทศได้ร่วมกันถวายรถเบนซ์เพื่อให้อาตมาภาพใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาทั่วประเทศเพื่อให้สะดวกในการเดินทางนั่นเอง

DSC_1923.JPG

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการทอดมหากฐินทานครั้งนี้ ปรากฏว่าได้เงินจำนวนทั้งสิ้น 20 ล้านบาทเศษ และเมื่อรวมกับราคารถเบนซ์ จำนวน 7.8 ล้านบาทแล้ว จะได้เงินจำนวนทั้งสิ้น 27 ล้านบาทเศษ ซึ่งในการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกจะต้องใช้เงินในการก่อสร้างประมาณ 150 ล้านบาท

DSC_1451.JPG DSC_1452.JPG DSC_1472.JPG DSC_1514.JPG DSC_1581.JPG DSC_1789.JPG

ดูรูปทั้งหมด…

หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก นำคณะสงฆ์พระลูกศิษย์เดินทางไปที่วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส

วันอาทิตย์, กันยายน 28th, 2008

DSC01784.JPG

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2551 หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้นำคณะสงฆ์พระลูกศิษย์เดินทางไป วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส บ้านคันแท ตำบลหนองสูง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อถวายการรับหลวงปู่สมบูรณ์ ขันติโก หรือหลวงปู่ใหญ่ ซึ่งพระเดชพระคุณท่านได้เดินทางไปพักผ่อนอิริยาบถ ณ วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาสแห่งนี้ เป็นเวลา 7 วัน ถึงกำหนดกลับ วัดป่าขันติธรรม ในวันที่ 25 นี้พอดี

DSC01699.JPG

ในโอกาสนี้ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พร้อมด้วยคณะสงฆ์พระลูกศิษย์ได้ถือโอกาสไปเยี่ยมชมวัดถ้ำจำปากันตสีลาวาสและ ขึ้นกราบสักการะสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นถ้ำหินอยู่บนไหล่เขามีชื่อเรียกว่า ถ้ำจำปา ซึ่งถ้ำจำปาแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พร้อมด้วยคุณแม่ชีจันทร์ซึ่งเป็นมารดาของหลวงปู่มั่นได้เคยมาอยู่และจำพรรษา ที่ถ้ำแห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2459 ซึ่งพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทั้งสองและคุณแม่ชีจันทร์ได้อยู่จำพรรษาที่นี่เป็น เวลาถึง 5 ปี ในยุคสมัยนั้น บริเวณป่าเขาแถวนี้เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย ตามประวัติมีไว้ว่าทุกวันจะมีเสือมาหยอกล้อกันบริเวณหน้าถ้ำซึ่งทำให้ท่าน ผู้มาปฏิบัติบำเพ็ญเพียรได้เร่งความเพียรอย่างแรงกล้า ไม่ย่อหย่อน เพราะมีเสียงเสือคอยกระตุ้นให้เกิดความเพียรอยู่ตลอดเวลา ในปัจจุบันนี้ สภาพป่าในอาณาบริเวณถ้ำจำปายังเขียวชอุ่ม อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และพืชพันธุ์ต่างๆ บริเวณถ้ำไม่มีความอับชื้น เป็นสถานที่ที่บ่งบอกถึงความอัจฉริยภาพของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทั้งสองท่านที่ ตัดสินใจเลือกถ้ำจำปาแห่งนี้เป็นสถานที่บำเพ็ญเพียร

DSC01714.JPG

พ.ศ.2459 ท่านพระอาจารย์เสาร์  กันตสีโล พำนักจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำภูผากูด ตำบลหนองสูง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ภูผากูดเป็นภูเขาขนาดกลางลูกหนึ่งในหมู่เทือกเขาแถบนี้ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากในหมู่บ้าน ตำบลหนองสูง อำเภอหนองสูง ตั้งอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 5 กิโลเมตรเท่านั้น โดยแยกเข้าทางบ้านคันแท ตำบลหนองสูง อำเภอหนองสูง เดินลัดตัดทุ่งนาไปถึงเชิงเขามีป่าโปร่งเป็นที่พักสงฆ์มีนามว่า วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส มองขึ้นไปตามไหล่เขาจะเห็นจุดที่เป็นเพิงผานี้อยู่สูงขึ้นไปพอประมาณ มีทางวกวนขึ้นไปถึงข้างบน ซึ่งมีลานตรงกลางโล่งๆ เป็นหลืบถ้ำใต้ชะง่อนเพิงผา ถ่ายเทอากาศได้ดี มีชื่อเรียกว่า ถ้ำจำปา มีศาลาไม้ยกพื้นสูงเพียงเอว สร้างขึ้นใต้เพิงผานี้ชื่อ ศาลาธรรมสภามังคลา ห่างออกไปทางขวามือจะเป็นถ้ำลักษณะเดียวกันแต่เล็กกว่า เรียกว่า ถ้ำแม่ขาว (แม่ขาวคือแม่ชี) ว่ากันว่าเป็นที่พักของแม่ชีจันทร์ผู้เป็นมารดาของท่านหลวงปู่มั่นนั่นเอง ส่วนถัดไปทางซ้ายมือจะมีพระพุทธรูปใหญ่ปูนปั้นประดิษฐานบนแท่นหินและปูน หันหลังพิงหน้าผา ต่ำลงมาตรงแท่นข้างซ้ายมีรอยพระพุทธบาทจำลองอยู่ด้วย เลยไปอีกเป็นเนินขวางทางเดินต้องปีนบันไดขึ้นไป ใต้เพิงผาเป็นที่นั่งภาวนาพิจารณาธรรม สภาพป่าเป็นป่าโปร่งไม่เป็นดงทึบมากนัก มีป่าไผ่ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ไม้มะค่าอยู่

DSC01708.JPG

ด้วยความรอบรู้ชำนาญชีวิตป่า ท่านพระอาจารย์เสาร์ได้หาสถานที่พอเหมาะสม ถ้ำที่พักก็อยู่ไม่สูงจนเกินไป ป่าก็โปร่งดี ไม่ทึบอับชื้น ข้างล่างมีลำธารน้ำไหลผ่าน สมัยก่อนนั้น พ่อแม่ครูบาอาจารย์เล่าว่าแถวนี้เต็มไปด้วยเสือ ส่งเสียงหยอกล้อกันเพ่นพ่าน ทำให้พระเณรต้องหมั่นเร่งภาวนาจิตอย่างยิ่งยวด ซึ่งสถานที่แห่งนี้เองเป็นที่ที่ท่านพระอาจารย์เสาร์ได้เลือกพำนักอยู่ท่ามกลางแมกไม้สัตว์ป่าอย่างสงบยาวนานร่วม 5 ปี

ถ้ำจำปาแห่งนี้เป็นถ้ำที่หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ได้บรรลุธรรมชั้นสูงมีความรู้ชัดแจ่มแจ้ง หายสงสัยในประการทั้งปวง ตัดรากถอนโคนอาสวะกิเลสได้อย่างสิ้นเชิง จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเกิดมีพระอริยเจ้าชั้นสูง จึงควรแก่เราท่านทั้งหลายผู้เป็นพุทธศาสนิกชนรุ่นหลังจักได้ช่วยกันทำนุ บำรุงดูแลรักษาเอาไว้ให้ยืนยาว เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเตือนใจและให้กำลังใจต่อนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานผู้เกิดใหม่ภายหลังได้ถือปฏิบัติเจริญรอยตามพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทั้งสององค์ จนถึงซึ่งนิพพาน

DSC01713.JPG

ในวาระอันสำคัญยิ่งนี้ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พร้อมด้วยคณะสงฆ์พระลูกศิษย์ได้เกิดความซาบซึ้งในปฏิปทาและหลักธรรมคำสอนของ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทั้งสองรูปจึงขอน้อมถวายสักการบูชา ด้วยกาย วาจา ใจ อันถือปฏิบัติมาดีแล้ว ถวายเป็นอาจาริยบูชา แด่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ได้มาบรรลุธรรม ณ ถ้ำจำปาแห่งนี้ และขอให้ผู้มาเยือนถ้ำจำปา จงได้ถึงซึ่งความแจ้งชัดในมรรคผลนิพพานทุกคนทุกท่านเทอญ


DSC01682.JPG DSC01714.JPG DSC01706.JPG DSC01737.JPG DSC01776.JPG DSC01778.JPG

ดูรูปทั้งหมด…


พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ และจากทั่วประเทศนับแสนแห่ไปร่วมพิธีแสดงมุทิตาจิตสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก

วันจันทร์, กันยายน 22nd, 2008

DSC_0509.JPG

พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ และจากทั่วประเทศนับแสนแห่ไปร่วมพิธีแสดงมุฑิตาจิตสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พระนักเทศน์ชื่อดังของประเทศไทย‏

DSC_0584.JPG

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษว่า เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 18 กันยายน 2551 ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด และเจ้าคณะภาค 10 พร้อมด้วย พระเทพปริยัติวิมล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย พระญาณวิเศษ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุติ พระเทพวงศาจารย์ เจ้าอาวาสวัดหนองแวง (พระอารามหลวง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่นและ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุติ พระราชกิติรังษี รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายมหานิกาย พระครูศิริธรรมานุกร เจ้าอาวาสวัดถ้ำจันทร์ อำเภอโซ่พิสัย จ.หนองคาย หลวงปู่สมบูรณ์ ขันติโก ประธานที่ปรึกษาวัดป่าขันติธรรม และเป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่เณรคำ พระมหาสัณฐ์ สุจิณโณ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุติ ได้นำพระเถระ พระสงฆ์ สามเณร พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษและจากทั่วประเทศประมาณ 100,000 คน มาร่วมในพิธีแสดงมุฑิตาจิตเนื่องในวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมและประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งกำหนดการจัดงานวันคล้ายวันเกิดปีนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17 – 18 กันยายน 2551

DSC_0589.JPG

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า  โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่  17  กันยายน  2551  ได้มีกิจกรรมประกอบด้วย  พิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติ  สูง  23  เมตร  สูงใหญ่ที่สุดในโลก  พิธีบวชชีพราหมณ์  พิธีกวนข้าวทิพย์  การเสวนาธรรมของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของประเทศไทย  นำโดย  พระธรรมฐิติญาณ  เจ้าคณะภาค  10  ฝ่ายธรรมยุติ  การแสดงคอนเสริต์เพลงธรรม  อัลบั้ม  หลวงปู่เณรคำ  โลก – ธรรม  - และสันติภาพ  โดยนักร้อง  และนักแต่งเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังชาวจังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของหลวงปู่เณรคำ  คือ  เสถียร  ทำมือ  ปรากฏว่ามีพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ  และจากจังหวัดใกล้เคียงพากันแห่มาร่วมพิธีแน่นบริเวณวัดป่าขันติธรรม  จนแทบไม่มีที่ยืน  แม้ว่าจะมีฝนตกพรำ  ๆ  ลงมาอย่างต่อเนื่อง

DSC_0639.JPG

โดยในเช้าวันที่  18  กันยายน  2551  เริ่มตั้งแต่เวลา  07.30  น.พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานทุกคน  ได้พร้อมใจกันทำบุญตักบาตรแด่หลวงปู่เณรคำ  โดยมี  พระธรรมฐิติญาณ  เจ้าคณะภาค  10  ฝ่ายธรรมยุติ  นำพระเถระชั้นผู้ใหญ่ออกรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชน  ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นไอของความศรัทธาธรรมต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ตามรอยเส้นทางธรรมการสืบทอดพระพุทธศาสนาของหลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  จากนั้นได้มีการถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุ  สามเณร  และมีการแสดงพระธรรมเทศนาของพระธรรมฐิติญาณ  เจ้าคณะภาค  10  ฝ่ายธรรมยุติ

DSC_0648.JPG

ต่อมาเวลา  13.00  น.วันเดียวกันนี้  ได้มีการประกอบพิธีสรงน้ำ  เพื่อแสดงมุทิตาจิตแด่หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  ซึ่งหลวงปู่เณรคำได้เข้าไปกราบสักการะ  เพื่อขอพรจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทุกรูปที่มาร่วมในพิธีครั้งนี้อย่างนอบน้อม  ซึ่งพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทุกรูป  นำโดย  พระธรรมฐิติญาณ  ได้ให้ความเมตตาต่อหลวงปู่เณรคำ  เป็นอย่างยิ่ง  จากนั้น  หลวงปู่เณรคำได้นั่งประจำที่รับการสรงน้ำจากพระภิกษุ  สามเณร  และพุทธศาสนิกชนทั่วไปจากทั่วประเทศ  ประมาณ  100,000  คน  ที่มาร่วมพิธีครั้งนี้  บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมากทีเดียว  โดยหลังจากทำพิธีสรงน้ำแสดงมุทิตาจิตเสร็จแล้ว  หลวงปู่เณรคำได้รับการถวายต้นผ้าป่าสามัคคีจากพุทธศาสนิกชนที่ร่วมกันจัดทอดถวายต้นผ้าป่าสามัคคี  เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลอง  องค์ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

DSC_0652.JPG

พระธรรมฐิติญาณ  เจ้าคณะภาค  10  ฝ่ายธรรมยุติ  กล่าวว่า  วัดป่าขันติธรรมแห่งนี้   โดยมี  หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม  เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งขึ้นมา   แม้ว่าจะเป็นวัดที่ตั้งขึ้นมาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น  แต่ว่าก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  และมีการจัดกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปอย่างแพร่หลาย  ทั้งในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ  จังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศ  ซึ่งนับได้ว่าเป็นวัดที่มีการพัฒนาได้อย่างดีเยี่ยม  ถือเป็นแบบอย่างที่ดีได้อีกวัดหนึ่งในประเทศไทย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนา  รวมทั้งการที่ได้ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการให้การช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนที่ขาดแคลนได้อย่างทั่วถึง  นับว่าเป็นการดำเนินการที่เป็นการให้ความเมตตาแก่ผู้ที่ขาดแคลนและยากไร้เป็นอย่างดีเยี่ยม  อีกทั้งได้มีการปฏิบัติกิจกรรมต่าง  ๆ  อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง  ทำให้เกิดผลดีต่อวงการพระสงฆ์และเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศานาในยุคปัจุบันนี้เป็นอย่างมากทีเดียว   ขอแสดงความชื่นชมยินดีต่อผลงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของหลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก ไว้  ณ โอกาสนี้ด้วย  และขอให้หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของจังหวัดศรีสะเกษ  ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นกว่าเดิมต่อไป

DSC_0666.JPG DSC_0678.JPG DSC_0691.JPG

ดูรูปทั้งหมด…


พิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติสูงใหญ่ที่สุดในโลก

วันอาทิตย์, กันยายน 21st, 2008

DSC_0262.JPG

พระป่าศรีสะเกษร่วมกับคหบดีจากกรุงเทพฯ นำพุทธศาสนิกชนวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติสูงใหญ่ที่สุดในโลก หวังให้อานิสงส์ผลบุญทำให้เกิดความสงบสุขขึ้นในประเทศชาติ และเพื่อให้เป็นพุทธสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย

DSC_0271.JPG

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 17 ก.ย. 51 ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พระญาณวิเศษ เจ้าคณะ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุติพร้อมด้วยพระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (ดร.วิเชียร วชิรวโส) เจ้าอาวาสวัดไทยสิริราชคฤห์ ประเทศอินเดีย พระมหาสัณฐ์ สุจิณโณ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างพระพุทธกุมารปางประสูติ สูง 23 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นการก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติสูงใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างในครั้งนี้ นายวรนนท์ พร้อมสุทธิพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิลเลี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และครอบครัว ได้นำพุทธศาสนิกชนชาว จ.ศรีสะเกษ และชาวไทยทั่วประเทศมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการก่อสร้าง เพื่อถวายแด่วัดป่าขันติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เป็นพุทธสถานปฏิบัติธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย และที่สำคัญก็คือ ต้องการให้อานิสงส์ผลบุญของการก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ส่งผลให้ประเทศไทยที่กำลังวุ่นวาย เนื่องจากความแตกแยกทางความคิดของคนไทยชาติให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ปกติ และมีความสงบสุขให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยโดยเร็วอีกด้วย โดยมีพระอาจารย์วิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมและประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต เป็นผู้กล่าวรายงาน และมี พ.ต.อ.ไพศาล ยุวนิช ผกก.สภ.กันทรารมย์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนชาว จ.ศรีสะเกษ และชาวไทยทั่วประเทศพากันมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก

DSC_0273.JPG

พระอาจารย์วิรพล ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมและประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต กล่าวถวายรายงานแด่เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุติ องค์ประธานในพิธีว่า การก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูตินี้ จะมีความสูงจากพื้น 9 เมตร นับจากปลายเท้าถึงหน้าผาก นอกนั้นก็จะเป็นส่วนของโครงสร้างรวมแล้วจะสูงประมาณ 21 เมตร โดยผิวรอบองค์พระจะทำด้วยหินอ่อนสีขาวอย่างดี คล้าย ๆ กับการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม ชั้นล่างจะเป็นห้องพระไตรปิฏกและห้องสมุดประชาชน ซี่งจะมีการจารึกหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงในแผ่นหินอ่อนประดิษฐานไว้ในห้องพระไตรปิฏกนี้ด้วย เพื่อรักษาหลักธรรมคำสอนให้มีอายุยืนนานที่สุดถึงชั่วลูกหลาน

DSC_0281.JPG

หลวงปู่เณรคำ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้จะใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเรียนรู้วิชาการต่าง ๆ ตั้งแต่ครั้งโบราณจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนในยุคนี้ได้ศึกษาค้นคว้า เกิดความรู้ความเข้าใจทางด้านศาสนา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างแท้จริง พร้อมทั้งจะมีการปรับ ภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 5,000,000 บาท ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเพื่อเป็นการร่วมอนุโมทนาบุญกับหลวงปู่เณรคำ จะได้เป็นพุทธสถานให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศมากราบไหว้สักการะ รวมทั้งจะเป็นสถานที่ในการปฏิบัติธรรมอีกด้วย คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างอย่างช้าประมาณ 3 ปี ขึ้นอยู่กับพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศที่จะมาร่วมสมทบทุนในการก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ควบคู่กับการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ถือว่าการก่อสร้างครั้งนี้เป็นการก่อสร้างองค์บริวารในเขตปริมณฑลพุทธสถานแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในพระพุทธศาสนาของประเทศไทยอีกด้วย

DSC_0285.JPG

ทางด้าน นายวรนนท์ พร้อมสุทธิพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิลเลี่ยนเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประธานในพิธีฝ่ายคฤหัสถ์ กล่าวว่า ตนได้กราบไหว้เพื่อขอเป็นศิษย์ของหลวงปู่เณรคำ มานานประมาณ 3 ปีแล้ว และมีความศรัทธาหลวงปู่เณรคำมาก เนื่องจากเห็นว่าหลวงปู่เณรคำเป็นพระอริยสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ยึดมั่นในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่มีด่างพร้อย ซึ่งเมื่อตนทราบข่าวว่าหลวงปู่เณรคำจะสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติสูงใหญ่ที่สุดในโลก ก็ได้มีจิตศรัทธาและได้นำครอบครัวพร้อมด้วยญาติพี่น้องมาทำการก่อสร้างเพื่อถวายแก่วัดป่าขันติธรรม โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 5,000,000 บาท ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเพื่อเป็นการร่วมอนุโมทนาบุญกับหลวงปู่เณรคำ จะได้เป็นพุทธสถานให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศมากราบไหว้สักการะ รวมทั้งจะเป็นสถานที่ในการปฏิบัติธรรมอีกด้วย คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างอย่างช้าประมาณ 3 ปี ซี่งหากว่าพุทธศาสนิกชนท่านใดมีความประสงค์จะร่วมบุญก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติในครั้งนี้ ขอเชิญติดต่อบริจาคได้ที่พระอาจารย์วิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ

DSC_0293.JPG DSC_0298.JPG DSC_0301.JPG DSC_0308.JPG DSC_0333.JPG DSC_0361.JPG DSC_0377.JPG DSC_0393.JPG DSC_0438.JPG DSC_0458.JPG DSC_0474.JPG DSC_0489.JPG DSC_0277.JPG DSC_0306.JPG DSC_0409.JPG DSC_0416.JPG DSC_0418.JPG DSC_0482.JPG DSC_0494.JPG

ภารกิจอันสำคัญยิ่งก่อนถึงงานคล้ายวันเกิด หลวงปู่เณรคำ

วันศุกร์, กันยายน 12th, 2008

DSC01571.JPG

ภารกิจอันสำคัญยิ่งก่อนถึงงานคล้ายวันเกิด หลวงปู่เณรคำ พร้อมด้วยท่านพระมหาสัณฐ์ สุจิณฺโณ เจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ (ธ) ได้เดินทางเข้ากราบอาราธนานิมนต์พระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป ทั้งในกรุงเทพมหานครฯ และต่างจังหวัดดังมีรายนามดังต่อไปนี้
๑. พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานครฯ
๒. พระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค ๑๐(ธ) วัดบึงพลานชัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
๓. พระเทพวงศาจารย์  วัดพระธาตุหนองแวง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
๔. พระเทพปริยัติวิมล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (ศาลายา)
๕. พระญานวิเศษ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ(ธ) อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ
๖. พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี(ธ) อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
๗. พระราชสุทธิสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด(ธ) อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
๘. พระราชกิติรังษี รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ
๙. พระปริยัติธีรวงศ์ วัดบึงพลานชัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
๑๐. พระครูศรีวิริยโสณ เจ้าคณะอำเภอเมืองร้อยเอ็ด(ธ)
๑๑. พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ มหาดร.วิเชียร วชิรวังโส วัดไทยสิริราชคฤห์ ประเทศอินเดีย
๑๒. พระครูธรรมธร หลวงปู่ดร.แอ๊ว สุธัมมปาโล วัดมหาธาตุคณะ๑๗ ถนนมหาราช กรุงเทพมหานครฯ
๑๓. หลวงปู่สุข วัดป่าวุฑฒาราม อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู

ซึ่ง ภารกิจในครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทุกรูปในการรับกิจ นิมนต์เดินทางไปเนื่องในพิธีงานคล้ายวันเกิดหลวงปู่เณรคำยังความปีติซาบซึ้ง ปลาบปลื้มยินดีแก่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายโดยทั่วกัน

DSC01570.JPG DSC01576.JPG DSC01577.JPG DSC01584.JPG DSC01586.JPG DSC01625.JPG P1020378.JPG