
พุทธศาสนิกชน เป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ เดินทางมาร่วมงานแสดงมุทิตาสักการะ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ที่จัดขึ้นที่วัดป่าขันติบารมี สาขา 1 ตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งร่วมใจกัน จุดเทียนถวายพร แด่หลวงปู่เณรคำกันอย่างพร้อมเพรียง และร่วมรับฟังพระธรรมเทศนา ตักบาตรพระสงฆ์ ขณะเดียวกัน ญาติธรรมที่ศรัทธา ได้นำรถเบนซ์รุ่น E 200 จำนวน 3 คัน ถวายให้พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ เพื่อนำไปใช้ในภารกิจเผยแผ่พุทธศาสนา และยังได้ร่วมกันประกอบพิธีตอกเสาเข็ม สร้างมหาวิหารสุนันทาธรรมศาลามูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เป็นปฐมฤกษ์ด้วย

เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน 2552 ที่ ผ่านมา พุทธศาสนิกชน จาก ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ อาทิ ประเทศลาว และประเทศมาเลเซีย เป็นจำนวนมาก เดินทางมาร่วมงานมุทิตาจิตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่วัดป่าขันติบารมี สาขา 1 ตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยตั้งแต่เช้าพุทธศาสนิกชนได้ทยอยเดินทางมาร่วมงานกันอย่างต่อเนื่อง โดยทางวัดฯ ได้จัดรถรางไว้คอยบริการรับส่งพุทธศาสนิกชนที่เดินทางจากบริเวณปากทางซึ่งเป็นสถานที่จอดรถ เข้ามายังภายในบริเวณวัด

ซึ่งพุทธศาสนิกชน ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ต่างบอกว่า รู้สึกดีใจ ที่ได้มาร่วมงาน หลายคนบอกว่า แม้ที่ผ่านมาจะเคยเดินทางไปฟังการแสดงธรรมเทศนาของหลวงปู่เณรคำ ตามที่ต่างๆมาแล้ว แต่ เพิ่งเคยมาร่วมงานแสดงมุฑิตาจิตเป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่เนื่องจากมีฝนตกลงมาก่อนหน้านี้ทำให้ดินมีโคลนตม แต่ทางวัดได้พยายามปรับปรุงเพื่อรองรับพุทธศาสนิกชน และทราบว่าเป็นวัดที่หลวงปู่ก่อตั้งยังไม่ถึง 5 เดือน นอกจากนั้นสถานแห่งนี้มีความสำคัญกับหลวงปู่เณรคำด้วย แม้จะไม่สะดวกสบายมากและสภาพอากาศร้อน แต่เกิดปิติในใจที่ได้มาร่วมงานวัดเกิดของหลวงปู่ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของวัดนี้ด้วย

เมื่อพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาภายในบริเวณวัดก็จะเข้ากราบสักการะพระเดชพระคุณหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโกที่ศาลาเรือนไทย ก่อน ซึ่งทางวัดได้จัดเต็นท์ ไว้รองรับพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย จากนั้นภายในวัดยังได้จัดบอร์ดกิจกรรม การเผยแพร่ศาสนกิจ ของหลวงปู่เณรคำ ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมทั้งข่าวสารความก้าวหน้าของงานก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้ประชาชนได้รู้ ขณะเดียวกันพุทธศาสนิกชนยังได้ร่วมทำบุญปักต้นผ้าป่า สูง 9 เมตร จำนวน 9 ต้น และทางวัดยังได้จัดซุ้มวัตถุมงคล ของหลวงปู่เณรคำ เพื่อให้ประชาชนที่ศรัทธาได้เช่าไปบูชาที่บ้านด้วย และยังมีหน่วยปฐมพยาบาล จากเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารมาคอยให้บริการ รวมทั้ง ยังมีญาติธรรม ที่ศรัทธาได้มานำอาหารและเครื่องดื่มมาร่วมทำโรงทาน คอยบริการพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานตลอดทั้งงาน

และในเวลาประมาณ 15.30 นาที ของวันที่ 17 กันยายน 2552 พระสงฆ์ได้เจริญพระพุทธมนต์และทำพิธีบวชเนกขัมมะ ให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงาน พร้อมทั้งทำพิธีกวนข้าวทิพย์ โดยสาวพรหมจรรย์ ซึ่งในพิธีนี้ พระเดชพระคุณท่าน พระธรรมฐิติญาณ (เจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายธรรมยุติ) พระเดชพระคุณหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก และพระสงฆ์ ที่มาร่วมงาน ได้ร่วมกันกวนข้าวทิพย์ ในครั้งนี้ด้วย พร้อมด้วยคณะ คุณแม่ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธานบริษัทดอกบัวคู่ และประชาชนที่มาร่วมงานก็เข้าร่วมในพิธีกวนทิพย์ ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งพิธีกวนข้าวทิพย์ นี้หลวงปู่เณรคำ ได้จัดให้มีกิจกรรมนี้ขึ้นทุกครั้งของงานแสดงมุทิตาจิตสักการะในวันคล้ายวันเกิด ซึ่งข้าวทิพย์ที่ได้ นี้ พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำจะนำไปตักบาตรให้กับพระสงฆ์ในเช้าวันที่ 18 กันยายน และแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย

ส่วนในช่วงค่ำคืนของวันที่ 17 กันยายน บริเวณหน้าเวที เนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทาง มาร่วมงานและร่วมบวชชีพราหมณ์ พร้อมรอฟังการแสดงธรรมเทศนา และได้มีการเปิดงานแสดงมุทิตาจิตสักการะพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก อย่างเป็นทางการ โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ประธานการจัดงานเป็นผู้กล่าวรายงาน จากนั้น คุณแม่ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ซึ่งเป็นประธานฝ่ายฆารวาส กล่าวเปิดงานในครั้งนี้ พร้อมรับชมการแสดงการฟ้อนรำประกอบเพลงบายศรี ของคณะแม่บ้านตำบลหนองบัว อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ต่อด้วยการแสดงจินตลีลาประกอบเพลงหลวงปู่เณรคำ และเพลงดอกไม้สีขาว จากเด็กหญิงจัสมิน ชาวอำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก ต่อมาเป็นการแสดงรำไทเก๊ก และรำพัด ของคุณแม่ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ และคณะ และปิดท้ายการแสดงคอนเสิร์ตดนตรีจักรวาลของทีมอาจารย์หมอชูเกียรติ ชัยฤากิจ และคณะ

สำหรับการแสดงธรรมเทศนาในค่ำคืนวันที่ 17 กันยายน นั้น พระธรรมฐิติญาณ เจ้าอาวาสวัดบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด (เจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายธรรมยุติ) ได้ขึ้นแสดงธรรมไว้อย่างฟัง นานกว่า 1 ชั่วโมงเศษ จากนั้นเป็นการแสดงธรรมเทศนาของ พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่ง ทั้งสองท่านได้เมตตาแสดงธรรม ถึง การเดินตามรอยธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อการเผยแผ่พุทธศาสนา ของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก

และเมื่อถึงเวลา 2 นาฬิกา ของวันที่ 18 กันยายน ซึ่งเป็นเวลาเกิดของหลวงปู่เณรคำ พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน ที่มาร่วมงาน ร่วมใจกันแสดงมุทิตาจิตสักการะ ด้วยการจุดเทียนสีชมพู ถวายพร แด่องค์พระเดชพระคุณหลวงปู่เณรคำ และจุดพลุ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง โดยพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ได้กล่าวกับพุทธศาสนิกชนว่า “แสงเทียนที่พุทธศาสนิกชนจุดขึ้นมาในวันนี้เปรียบเสมือนดั่งแสงแห่งดวงปัญญา ที่จะนำความสว่างไสวแด่จิตใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนทุกท่าน เทียนทุกเล่มแสงเทียนทุกดวงจะนำความสำเร็จประโยชน์มาสู่ทุกคน” พร้อมกันนั้นหลวงปู่เณรคำยังได้ให้พุทธศาสนิกชน นำเทียนที่ดับแล้วกลับไปจุดต่อที่บ้านซึ่งถือว่าเป็นเทียนมงคลอันสูงสุด

จากนั้นพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ได้แสดงธรรมเทศนา โปรดเหล่าพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงาน แม้ว่าจะเป็นการแสดงธรรมมะ ที่สั้นเพราะใช้เวลาประมาณ 50 นาที แต่มากด้วยธรรมมะที่เหล่าพุทธศาสนิกชน จะได้น้อมนำไปปฎิบัติ และความหมายสำคัญของสถานที่ก่อตั้งวัดป่าขันติบารมีสาขา 1 ให้เหล่าพุทธศาสนิกชนได้รับรู้ โดยพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำได้บอกเล่าถึงความสำคัญของสถานที่วัดป่าขันติบารมีสาขา 1 ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้ว่า เมื่อครั้งเป็นเด็กสถานที่แห่งนี้ เดิมเป็นที่นาของครอบครัวได้เป็นสถานที่ๆหลวงปู่เณรคำมาปฎิบัติธรรม นั่ง ยืน เดิน นอน ทำสมาธิ และเคยได้ตั้งจิตอธิษฐานขณะที่เดินจงกรมในครั้งนั้นว่า “หากมีวาสนาบารมีในชาติปัจจุบันก็ปรารถนาที่จะให้ที่นาผืนนี้เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองเป็นสถานที่ๆเจริญรุ่งเรืองในพุทธศาสนาในโลกใบนี้อีกแห่งหนึ่ง แต่ในขณะนั้นยังมีความท้อใจเพราะยังเป็นเด็กไร้เดียงสา หากมีบุญบารมีจริงจะประสบผลสำเร็จ ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นที่เห็นทำให้ทราบว่าสถานที่แห่งนี้ในอนาคต ภายภาคหน้าจะเป็นที่ดินของพุทธศาสนาเป็นสถานที่ๆพุทธศานิกชนทุกสารทิศเดินทางมาปฎิบัติธรรมตามรอยสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระสงฆ์ผู้สืบทอดเป็นผู้นำทางและความอัศจรรย์ ก็เกิดขึ้นเสมือนแสงเทียนที่จุดขึ้นในวันนี้” พร้อมกับ ได้ย้ำถึง “แนวทางในการ เป็นกัปตันเรือใหญ่ สำเภาแก้วที่นำพาพุทธศาสนิกชน ฝ่าคลื่นมรสุมของกิเลส เพื่อให้ถึงฝั่งพระนิพพาน ตามรอยสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและสืบทอดคำสอนของท่านให้ยืนยาวถึง 5 พันปี” พระเดชพระคุณหลวงปู่เณรคำ ยังได้กล่าวว่ารู้สึกดีใจ และเกินความคาดหมาย ที่เห็นประชาชนมาร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก หลายพันคน แม้จะมีอุปสรรคในเรื่องโคลนตม พื้นดินเปียกแฉะบ้าง เนื่องจากมีฝนตกลงมาก่อนวันงานแต่ศรัทธากลับล้นหลามล้นวัด ทำให้มีกำลังใจในการเผยแผ่พุทธศาสนาต่อไป พร้อมกันนั้นยังได้บอกอีกด้วยว่า “พุทธศาสนิกชน ทุกคนเปรียบเสมือนดั่งดวงตาทั้งสองข้างของหลวงปู่ ที่ต้องทะนุถนอม เพื่อให้ทุกท่านได้เกิดดวงตาเห็นธรรมด้วยกันทั้งหมด ”

หลังจากการแสดงธรรมของพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโกได้เสร็จสิ้นลง พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานยังได้รับฟังการแสดงธรรมจาก พระครูธรรมธร( ศาสตรจารย์ ดร. แอ๊ว สุธัมปาโล หรือ หลวงปู่แอ๊ว ) จากวัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร นานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะให้แนวทางในการปฎิบัติและรู้ทันจิตแล้ว การแสดงธรรมในครั้งนี้ยังเป็นการเชิดชูเกียรติเหตุแห่งการเผยแผ่พุทธศาสนา ที่หลวงปู่เณรคำได้ออกปฎิบัติให้ประชาชนได้ทราบและขอให้พุทธศาสนิกชนเดินรอยทางรอยธรรมที่หลวงปู่เณรคำ นำพาด้วย จากนั้นในเวลาประมาณ 04.30 นาฬิกา พระสงฆ์ได้นำเหล่าพุทธศาสนิกชน ที่มาร่วมงานได้สวดมนต์ทำวัตรเช้า

และในเช้าวันที่ 18 กันยายน 2552 ประชาชนเป็นจำนวนมาก ยังคงทยอยเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยในเช้าวันนี้ พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ได้ร่วมตักบาตรอาหารแห้ง แด่พระธรรมฐิติญาณ( เจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายธรรมยุติ)และพระภิกษุสงฆ์ ที่มาร่วมงาน พร้อมกับพุทธศาสนิกชน ที่มาร่วมทำบุญในวันนี้ ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากประชาชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทำให้การออกรับบิณฑบาตรในช่วงเช้า ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงเศษเลยทีเดียว

หลังจากที่พระสงฆ์ฉันภัตราหารเช้า แล้ว เข้าสู่เวลาสำคัญของงาน โดย พิธีเริ่มด้วย พระธรรมฐิติญาณ และพระสงฆ์ ได้ร่วมกันสวดชัยมงคลคาถา ซึ่งในเช้าวันนี้ พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่สมบูรณ์ ขันติโก ซึ่งเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ องค์แรกของหลวงปู่เณรคำ ได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ ด้วย นอกจากนั้น คุณพ่อรัตน์ สุขผล และคุณแม่สุดใจ สุขผล บิดา มารดา หลวงปู่เณรคำ เดินทางมาร่วมงานด้วยเช่นกัน จากนั้นพระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโกและ คุณแม่ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ พร้อมพุทธศาสนิกชน ร่วมกันวางศิลาฤกษ์ ตอกเสาเข็ม มหาวิหารสุนันทาธรรมศาลาเป็นเสาปฐมฤกษ์ ด้วยโดยมีพระสงฆ์ร่วมกันสวดชัยมงคล

หลังเสร็จสิ้นพิธีตอกเสาเข็มแล้ว คุณแม่ ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธานบริษัทดอกบัวคู่ พร้อมบุตรธิดา คุณณิชาภา ลีธีรโชติ เจ้าของบริษัท น้ำดื่มไอยริน และคุณแม่ยุพิน เหลือประสงค์ กำนันตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้มอบถวายรถเบนซ์ ป้ายแดง รุ่น E 200 ทะเบียน 7777 ทะเบียน 8888 และทะเบียน 9999 กรุงเทพมหานครจำนวน 3 คัน แด่พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ เพื่อนำไปใช้เป็นพาหนะในการเดินทางปฎิบัติศาสนกิจ ต่อไป

จากนั้น พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ เข้ารับน้ำอวยพรวันเกิดจากพระธรรมฐิติญาน เจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายธรรมยุติ พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี .และพระผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานรวมทั้งจากหลวงปู่สมบูรณ์ ขันติโก และยังอนุญาตให้พระสงฆ์ได้ร่วมสรงน้ำแสดงมุฑิตาจิต ก่อนที่จะให้พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ได้สรงน้ำอวยพรจนครบทุกคน และยังได้รับแจกดีวีดี การแสดงธรรมของหลวงปู่เณรคำ หนังสือสวดมนต์ และผลิตภัณฑ์ดอกบัวคู่กลับบ้านด้วย
สดุดีหลวงปู่เณรคำ (งานวันเกิด)
ร่ายสุภาพ
ศรีสิทธิ์อัญชลี สดุดีองค์หลวงปู่ ฯ
ท่านรอบรู้ธรรมะ เอาชนะซึ่งกิเลส
ท่านเป็นเอกทางธรรม เปรียบโพธิ์ค้ำศาสนา
เพิ่มศรัทธาให้ปวงชน ได้หลุดพ้นห้วงอบาย
เพื่อมุ่งหมายนิพพาน ตามปณิธานมุ่งไว้
จะเกิดในโลกมนุษย์ ขอสิ้นสุดในชาติเดียว
ไม่ยุ่งเกี่ยวทางโลก ไม่ละโมบโกรธหลง
จิตดำรงคงมั่น เชิญสดับโอวาท
ผู้เป็นปราชญ์ปฏิบัติ โดยธรรมอันถ่องถ้วน
แถลงเหตุเลือกล้วน เลิศอ้าง ทางธรรม
โคลงสี่สุภาพ
หลวง…ใหญ่ยิ่งเทียมฟ้า พสุธา
ปู่……….มอบปัญญามา เพริศแพร้ว
เณร……ช่วยตัดปัญหา กิเลส กวนเฮย
คำ……..ท่านสอนจำไว้ อย่าได้ ลืมเลือน
โคลงสี่สุภาพ
ปู่เณรคำศิษย์น้อม บูชาคุณ
ท่านมีจิตการุณย์ เลิศล้ำ
ชี้โทษบอกทางบุญ บริสุทธิ์
ชี้มรรคนิโรธย้ำ ยึดไว้ ในกมล
ประพันธ์โดย คุณ ชุลีพร บรีษัทดอกบัวคู่ จำกัด
กลอนสุภาพ
วันที่สิบ แปดกันยา ฟ้ามาส่ง กำเนิดองค์ หลวงปู่ อยู่อีสาน
ณ อุบล ราชธานี ถิ่นบัวงาม ขนานนาม เด็กชาย วิระพล
ท่านครองเพศ บรรพชา มาแต่น้อย ไม่หย่อนคล้อย ในกิจ พระศาสนา
บำเพ็ญเพียร เลิกละ อวิชชา ปวงประชา น้อมนบ สาธุการ
ธรรมจักร แห่งธรรม ดื่มด่ำแท้ ท่านเผยแผ่ โดดเด่น เป็นปฐม
กงล้อบุญ หนุนจน คนชื่นชม เอกอุดม เหนือสิ่งใด ในแดนดิน
พุทธธรรม นำใจ ใสพิสุทธิ์ งามประดุจ ดวงมณี ที่ล้ำค่า
คือประทีป ส่องแสง แห่งปัญญา คือศรัทธา สาธุชน ดลสุขใจ
ปู่เณรคำ สอนให้ ใช้สติ สมาธิ บำเพ็ญบุญ หนุนสั่งสม
ศีลนำทาง สว่างไสว ใฝ่นิยม ใจอุดม คุณธรรม มุ่งทำดี
จึงจะมอง เห็นธรรม พระสัมพุทธ บริสุทธิ์ เลื่อมพราย ไม่หน่ายหนี
ทางสายกลาง สว่างแสง ปัญญามี ในฤดี มีสุข ทุกเวลา
นับเป็นบุญ ของโลก ในครานี้ ที่ได้มี ผู้สืบทอด ศาสนา
ขอหลวงปู่ สุขเกษม เปรมปรีดา ภัยโรคา ภัยมนุษย์ อย่าเบียดเบียน
ขอหลวงปู่ อยู่คง ดำรงศาสน์ ช่วยทวยราษฎร์ พ้นทุกข์ หยุดสงสัย
ยึดหลักธรรม คำสอน โปรดเวไนย ให้พ้นภัย จากมาร นานชั่วกัลป์
กลอนอวยพรวันเกิดหลวงปู่เณรคำ
พวกเราสารภัญ พร้อมใจกันสามัคคี
ทุกคนล้วนยินดี มามากมายล้วนสายธรรม
วันนี้เป็นวันเกิด วันกำเนิดปู่เณรคำ
สิบแปดกันยาจำ สองพันห้ายี่สิบสอง
สายน้ำสายธารฉ่ำ สายธรรมนำสมใจปอง
มีค่ายิ่งกว่าทอง คนทั้งผองสาธุการ
ณ หมู่บ้านทรายมูล เมืองพิบูลมังสาหาร
จังหวัดอุบลบ้าน ผู้มีบุญจุติมา
นามว่าวิระพล สุขผลคือนามวงศา
พ่อรัตน์คือบิดา ส่วนมารดาแม่สุดใจ
สายลมว่าเย็นฉ่ำ แม้สายน้ำสู้ไม่ได้
สายธรรมแสนเย็นใจ เป็นเสาชัยให้ลูกหลาน
ครบรอบปีสามสิบ เปรียบประทีปชัชวาลย์
ดั่งดวงดอกไม้บาน ซึ้งกลิ่นหอมขจรไกล
ขออาราธนา คุณพระศรีรัตนตรัย
จงดลบันดาลให้ ความเจ็บไข้อย่าได้พาล
ขอหลวงปู่เณรคำ ผู้ชี้นำคำสืบสาน
หลวงปู่สุขสำราญ อายุยืนถึงหมื่นปี
พวกเราสารพัน มาร่วมงานในวันนี้
ขอบุญบารมี จงคุ้มครองทั้งผองเทอญ
ประพันธ์ และ ขับร้องโดย คณะครู จังหวัด อุดรธานี
ดูรูปทั้งหมด…