รายงานพิเศษ: หลวงปู่เณรคำสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก
วันพฤหัส, สิงหาคม 20th, 2009หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก สร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่มีตำนานเล่าขานมาอย่างยาวนาน นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย มากว่า 200 ปี โดยขณะนี้ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว บริเวณพระบรมมหาราชวัง ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต้องมากราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง
พระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้วนั้น ตามโบราณกาลถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่พระอินทร์และพระวิศนุกรรม หาลูกแก้วมาสร้างองค์พระพุทธรูปนั้น มีพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 7 พระองค์ด้วย พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปหยกอ่อน สีเขียวมรกตทึบ ขนาดกว้าง 19 นิ้ว ยาว 28 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปสกุลศิลปะก่อนเชียงแสน พระแก้วมรกตได้ถูกนำไปประดิษฐานตามเมืองต่าง ๆ มาตั้งแต่โบราณกาล โดยมีหลักฐานเริ่มต้นที่ เจดีย์วัดป่าญะ เมืองเชียง ปัจจุบันคือ วัดพระแก้วงามเมือง อ.เมือง จ.เชียงราย จากนั้นพระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่มีความต้องการที่จะอัญเชิญไปที่เมืองเชียงใหม่ แต่ไม่มีช้างทรงพระแก้วมรกต จึงได้นำกลับไปทางลำปาง จึงเห็นควรให้ไปประดิษฐานที่วัดพระแก้วดอนเต้า เมืองลำปาง ซึ่งอยู่ในอาณาจักรล้านนา กระทั่งรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช จึงอัญเชิญไปยังเมืองเชียงใหม่ โดยสร้างปราสาทประดิษฐานไว้ แต่เกิดเหตุฟ้าผ่าบ่อยครั้ง ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐา แห่งล้านช้าง ซึ่งเป็นญาติราชวงศ์ล้านนา มาครองเมืองเชียงใหม่จึงอัญเชิญพระแก้วมรกตกับพระพุทธสิหิงค์ ไปที่เมืองหลวงพระบาง และเวียงจันทน์หลังจากย้ายเมืองหลวง
ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบาง มาจากอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ (ลาว) ในครั้งนั้นประดิษฐานไว้ที่วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร ต่อมาเมื่อสิ้นรัชสมัยของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต มาประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงปัจจุบัน ส่วนพระบางทรงพระราชทานคืนให้แก่ลาว
ซึ่งด้วยความศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์พระแก้วมรกตนี้ ทำให้ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมและประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้ดำริที่จะสร้างองค์พระแก้วมรกต องค์จำลองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาในประวัติศาสตร์ไทย หลังจากที่ได้มีนิมิตเกิดขึ้น
หลวงปู่เณรคำ ท่านได้เมตตาเล่าถึงความเป็นมาของการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกว่า หลวงปู่ได้เกิดนิมิตเห็นเป็นพระอินทร์ อาราธนาให้สร้างพระแก้วมรกตขึ้น เพื่อให้เป็นที่สักการะบูชาของหมู่มวลมนุษย์ โดยจะช่วยดลบันดาลให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ และไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทุนทรัพย์ เพราะจะมีคนนำมาถวายให้เอง หลังจากนั้นก็เริ่มเกิดสิ่งมหัศจรรย์ในรุ่งขึ้นได้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางมาหาพร้อมกับถวายถุงกระดาษสีน้ำตาลให้ และเมื่อก้มเปิดดูปรากฏว่าเป็นธนบัตรจำนวนมาก แต่เมื่อเงยหน้าจะถามผู้ชายคนนั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย และ 2 วันต่อมาได้รับกิจนิมนต์ไปงานศพของญาติโยม และพบว่าเป็นงานศพของชายผู้นั้น จึงเกิดอัศจรรย์ใจขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งเงินที่บรรจุภายในถุงกระดาษที่ได้รับมามีมากถึง 950,000 บาท จึงได้เริ่มที่จะก่อสร้างพระแก้วมรกตที่วัดป่าขันติธรรมทันที โดยตั้งปณิธานว่าจะสร้างพระแก้วมรกตที่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยตั้งงบประมาณการก่อสร้างเฉพาะองค์พระแก้วมรกตกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งก็มีบรรดาญาติโยมเสียสละทุนทรัพย์มาร่วมก่อสร้างจำนวนมาก
หลวงปู่เณรคำ ได้เมตตาเล่าต่อไป ขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองในส่วนขององค์พระแก้วใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว และที่ผ่านมาได้มีพิธีการสำคัญมากมายทั้งพิธีเปิดพระพักตร์ ยกนิ้วพระหัตถ์ และพิธียกนิ้วพระบาท ซึ่งการก่อสร้างพระแก้วมรกตนี้ ใช้หยกเขียวแท้ นำเข้าจากประเทศอินเดียดินแดนต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา เพราะหยกถือเป็นรัตนชาติอีก 1 ชิ้นที่มีความงดงาม ซึ่งการก่อสร้างพระแก้วมรกตด้วยหยกเขียวครั้งนี้ ถือเป็นแหล่งรวบรวมหยกครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย โดยขนาดของพระแก้วมรกตองค์จำลองมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ฐานสูงจากพื้นดิน 7 เมตร และตั้งแต่ฐานจนถึงเศียรของพระแก้วมรกตมีความสูง 18.50 เมตร หน้าตักกว้าง 15 เมตร และพระแก้วมรกตองค์จำลอง ที่วัดป่าขันติธรรมจะหุ้มด้วยหยกเขียวทั้งองค์ ส่วนฐานความสูง 7 เมตร จะเน้นสถาปัตยกรรมร่วมยุคร่วมสมัย โดยจะรวมสถาปัตยกรรมของทุก ๆ ภาคของประเทศไทยไว้ ให้มีความสวยงาม มีชีวิตชีวา โดยให้สื่อความหมายถึง พุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธามั่นคง เด็ดเดี่ยว ต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หลวงปู่เณรคำ ยังได้เมตตาเล่าต่อไปว่า ในการก่อสร้างพระแก้วมรกตที่ขณะนี้ดำเนินการไปกว่า 70% แล้ว หลังจากนั้นจะมีการสร้างเครื่องทรง 3 ฤดู ซึ่งจะใช้ทองคำกว่า 9,000 กิโลกรัม หรือ 9 ตัน รวมทั้งการก่อสร้างมหาวิหารใหญ่เพื่อครอบองค์พระแก้วมรกตในพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ เพื่อไว้คอยบังแดด บังลม และน้ำฝน ที่จะทำให้หยกเขียวหมดความสวยงามไป อย่างไรก็ตามในการก่อสร้างพระแก้วมรกต หลวงปู่เณรคำเองมีปณิธานในการก่อสร้าง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
สำหรับองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีความสูงราว ๆ ตึก 6 ชั้น มีลิฟท์ขึ้นลง โดยชั้นล่างสุดจะใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของญาติโยมทั้งหลาย ส่วนยอดชฎาจะใช้ทองคำบริสุทธิ์หนัก 150 กิโลกรัมด้วยความสูง 7 เมตร นอกจากจะเป็นพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ยังจะต้องสวยงามที่สุดเช่นกัน ซึ่งในอนาคตองค์พระแก้วมรกตจำลอง จะเป็นพุทธสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของพระพุทธศาสนาของประเทศไทย และจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาในอนาคตด้วย
การก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตที่ดำเนินการมาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ด้วยงบประมาณก่อสร้างมหาศาล และยังอาศัยฝีมือของช่างสิบหมู่ เป็นผู้รังสรรค์งานประติมากรรมขนาดใหญ่ ก่อสร้างด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ ซึ่งผู้รับหน้าที่ก่อสร้างต่างเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและปลื้มปิติ เนื่องจากพระแก้วมรกตจำลอง เป็นการสร้างถวายในหลวงและราชินี
นายบูรพา รอดอริห์ ผู้ดำเนินการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจของชีวิตหนึ่ง เป็นมงคลแก่อาชีพ หลังจากจบการเรียนฝีมือช่างสิบหมู่ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และยึดอาชีพด้านช่างมานานกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งการก่อสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ด้วยหยกเขียวจำนวนมาก ๆ และเป็นพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บอกเลยว่านี่เป็นงานแรก และเป็นงานปฏิมากรรมขนาดใหญ่ โดยนำเอานวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ โดยการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลอง จะใช้ซีเมนต์ขึ้นรูป โดยอิงจากภาพของพระแก้วมรกตที่ไม่สวมใส่เครื่องสังวาลย์และเครื่องทรง จากนั้นจะใช้สแตนเลส หนา 2 มิลเมตร กว้าง 1 นิ้ว หุ้มทั้งองค์ โดยใช้อีพ็อกซี่เชื่อมหยกและสแตนเลนติดกัน จากนั้นใช้เรซิ่นไฟเบอร์ ยิงเข็มเลเซอร์ตามผิวหยก ขององค์พระแก้วมรกตจำลอง เพื่อให้เนื้อหยกประสานกันอย่างละเอียด โดยการก่อสร้างพระแก้วมรกตในส่วนของการหุ้มหยกเขียวนี้ได้ดำเนินการมาประมาณ 8 เดือนเศษ ขณะนี้อยู่ที่ขั้นตอนสุดท้ายแล้วคือการขัดผิวหยกที่จากนี้ไปจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือนตัวองค์พระแก้วมรกตก็จะแล้วเสร็จ
นายบูรพา กล่าวต่อไปว่า ช่างที่มาร่วมก่อสร้างพระแก้วมรกตกว่า 30 ชีวิต เป็นช่างฝีมือพื้นบ้านใน จ.สกลนครและนครพนม มีความชำนาญเรื่องงานก่อสร้างและงานปูน ซึ่งการสร้างพระแก้วมรกตขนาดใหญ่นับเป็นเรื่องยาก แต่ก็เกิดความอัศจรรย์ขึ้นเพราะตั้งแต่เริ่มทำการก่อสร้างไม่เคยมีปัญหาใด ๆ ที่ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก ไม่ว่าจะเรื่องอุบัติเหตุ หรือสภาพอากาศ ฝนตกฟ้าคะนอง ก็ยังสามารถก่อสร้างพระแก้วมรกตได้อยู่เสมอ นับเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ที่ได้มาร่วมสร้าง และรับใช้หลวงปู่เณรคำ ก่อสร้างพระแก้วมรกต นับเป็นประวัติศาสตร์ที่จะต้องจดจำตลอดชีวิตทีเดียว
นายช่างศิลปกรรมปูนปั้นรายนี้ยังบอกอีกว่า มี ความภาคภูมิใจมากที่ได้สร้างผลงานชิ้นนี้และยังนำความปลื้มปิติมาให้ เพราะพระแก้วมรกตองค์นี้ตามปณิธานของหลวงปู่เณรคำนั้น พระเดชพระคุณท่าน ต้องการที่จะสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ครั้งหนึ่งของชีวิตถือว่าเกิดมาคุ้มแล้ว และในฐานะผู้ยึดอาชีพช่างในกลุ่มช่างสิบหมู่ ศิษย์เก่าศิลปากรนับว่าเป็นความยิ่งใหญ่ของชีวิตกับงานก่อสร้างพระแก้วมรกต ประติมากรรมปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และผลงานพระแก้วมรกตที่เป็นหยกเขียวทั้งองค์เป็นหนึ่งในโลกนี้
การก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ จะต้องใช้เงินในการก่อสร้างประมาณ 1,500 ล้านบาท และขณะนี้การก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จแล้ว ซึ่งชฎาที่สวมบนพระเศียรขององค์พระแก้วมรกตจำลองจะทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ โดยจะใช้ทองคำบริสุทธิ์น้ำหนัก 150 กก.ในการจัดสร้าง โดยขณะนี้มีผู้บริจาคทองคำเข้ามาแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งกำลังรวบรวมทองคำ เพื่อให้ครบ 150 กก. ผู้ที่ประสงค์จะร่วมก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก
ขอเชิญร่วมบริจาคโดยตรงที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ หรือบริจาคได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาศรีสะเกษ ชื่อบัญชี สร้างพระแก้วมรกต โดยพระอาจารย์วิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) เลขที่บัญชี 156 – 1 – 1 – 8518 – 8 และบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศรีสะเกษ วัดป่าขันติธรรม โดยหลวงปู่เณรคำ หมายเลขบัญชี 3-1-065-4415 หรือจะเดินทางไปที่วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
เพราะในขณะนี้หลังจากข่าวการสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกแพร่สะพัด ไปทั่วประเทศ และทั่วโลกทำให้มีประชาชนจำนวนมาก แห่ไปชมบารมีและร่วมทำบุญกัน เป็นจำนวนมากทุกวัน หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองงานพระเลขาฯ หมายเลขโทรศัพท์ 084.825 2348 หรือ คุณโกวิทย์ 081.8193504


