Wednesday, October 28th, 2009
Sorry, but this post is not available in English
Luang Pu Nenkham Chattigo, a forest monk of Sri Saket, led a thousand of Buddhists to practise Dhamma for 4 days and 3 nights in front of the World’s largest replica of the Emerald Buddha image, 15 meters wide and 18 meters high, and dedicated the merit to H.M. the King for his quick recovery from illness.
News crew reported that on October 22, 2009, 0930 p.m., at Wat Pa Khanti Dhamma, Ban Yang, Amphor Kanthrarom, Sri Saket province, Luang Pu Nenkham Chattigo, Head of the Sankha and chairman of the Moral and Quality of Life Promotion, led over a thousand Buddhists from throughout the country to meditate in front of the World’s largest replica of the Emerald Buddha image, 15 meters wide and 18 meters high, and jointly made a wish and donate the merit to H.M. the King for his quick recovery from illness.
Luang Pu Nenkham said that he and his followers and Buddhists from throughout the country have significant concerns for the King’s health. So he and his followers jointly meditated for him and made a wish that the power of Lord Buddha would make the King recover quickly.

วันอังคารที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ - วันอาทิตย์ที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒
ภาคเช้า
ภาคบ่าย
วันจันทร์ที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒
วันจันทร์ที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒
ขออนุโมทนากุศลเจตนาของท่านทั้งหลายผู้มีจิตอันเป็นกุศล และขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยอำนาจบุญบารมีพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก จงช่วยอภิบาลคุ้มครองท่านทั้งหลาย ให้มีความสุข สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยมนุษย์สมบัติ และนิพพานสมบัติ โดยทั่วหน้ากัน
ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม (ต้องเปิดด้วยโปรแกรม Adobe Acrobat)
หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก นำพุทธศาสนิกชนนับหมื่นจากทั่วประเทศประกอบพิธียกพระพักตร์หยกเขียวพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 51 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 พร้อมด้วย พระญาณวิเศษ เจ้าคณะ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุติ พระมหาสัณฐ์ สุจิณโณ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุติและเกจิอาจารย์ชื่อดังจากหลายจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เป็นประธานในพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นไปประดับบนองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ได้จัดงานนี้ขึ้น โดยการนำเอาหยกเขียวที่ตกแต่งเป็นส่วนใบหน้าขององค์พระแก้วมรกตจำลอง รวมจำนวน 5 ชิ้น จากนั้นได้เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้จารึกชื่อของตนเองและครอบครัว รวมทั้งญาติพี่น้องลงบนหยกเขียว เพื่อที่จะได้นำเอาหยกเขียวไปหุ้มบนองค์พระแก้วมรกตจำลอง มีหน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 18 เมตร ซึ่งเป็นองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดสร้าง โดยการใช้รถเครนขนาดใหญ่ ใช้เชือกผูกหยกเขียว เพื่อยกขึ้นไปประดับบนพระพักตร์ของพระแก้วมรกตจำลอง โดยมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศแห่มาเข้าร่วมพิธีนี้กันเป็นจำนวนมาก
นพ.อดุลย์ โบจรัส แพทย์ รพ.กันทรารมย์ กล่าวว่า ในช่วงโอกาสวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตนเห็นว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลที่จะได้มีโอกาสทำบุญพร้อมกันทั้งครอบครัว ดังนั้น จึงได้พากันมาจารึกชื่อลงบนแผ่นหยกเขียวร่วมกับพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศนับหมื่นคน ทั้งนี้เนื่องจากว่าโอกาสนี้นับว่าจะเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้มีโอกาสจารึกชื่อของตนเองลงบนแผ่นหยกเขียว เพื่อนำเอาไปหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก นับว่าเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ปีนี้สำหรับตนและครอบครัวเป็นอย่างมากนั่นเอง
ทางด้าน หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้การก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 70 % ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินในการก่อสร้างประมาณ 150 ล้านบาท โดยเศียรของพระแก้วมรกตจะทำด้วยทองคำแท้ และขณะนี้ได้รับบริจาคทองคำจากพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศแล้วจำนวนหนึ่ง เพื่อที่จะได้นำเอาทองคำไปหลอมทำเป็นชฎาครอบบนเศียรขององค์พระแก้วมรกตจำลอง ซึ่งเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นจึงได้จัดพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นไปประดับบนพระพักตร์ของอค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้ง นี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษและนักท่องเที่ยวจาก ทั่วประเทศได้มีโอกาสมาร่วมพิธีจารึกชื่อลงแผ่นหยกเขียวในครั้งนี้ด้วย พร้อมทั้งได้นำเอาพระพักตร์หยกเขียวซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 5 ชิ้นไปประดับเรียบร้อยแล้ว ส่วนพุทธศาสนชนทั่วไปที่สนใจจะจารึกชื่อลงบนหยกเขียว เพื่อนำเอาไปหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ขอเชิญร่วมจารึกชื่อได้ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้ตลอดเวลาอีกด้วย โดยขณะนี้แผ่นหยกเขียวเหลือจำนวนจำกัดเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ทางวัดป่าขันติธรรมได้จัดพิธีบวชชีพราหมณ์และฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานซึ่งหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้จัดฝึกอบรมด้วยตนเอง โดยจัดอบรมขึ้นในระหว่างวันที่ 25 – 30 ธ.ค. 51 ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศประมาณ 5,000 คนมาเข้าร่วมอบรมและมีการทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงวันขึ้นปีใหม่ในช่วงเช้าของวันนี้ด้วย ปรากฏว่า มี ประชาชนชาวศรีสะเกษและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศมาร่วมทำบุญตักบาตรกัน อย่างคึกคักพร้อมทั้งร่วมกันปักต้นเงินสูง 9 เมตร 5 ต้น จนเงินล้นต้นเงินทั้ง 5 ต้น เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
วัดป่าขันติธรรมจัดพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานบนใบหน้าองค์พระแก้วมรกตจำลอง องค์ใหญ่ที่สุดในโลก เชิญพุทธศาสนิกชน จารึกชื่อลงในแผ่นหยกเขียวก่อนที่จะอัญเชิญขึ้นประดิษฐานหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลอง
เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. 51 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า วัดป่าขันติธรรมได้กำหนดจะจัดให้มีพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานบนใบหน้าองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ในระหว่างวันที่ 25 – 30 ธันวาคม 2551 โดยในภาคเช้า จะประกอบพิธีตักบาตร เข้าฝึกอบรมสมถะวิปัสสนากรรมฐานโดย หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พิธีทำวัตรสวดมนต์เช้า ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุ สามเณร ส่วนภาคบ่าย เข้าฝึกอบรมสมถะวิปัสสนากรรมฐาน พิธีทำวัตรสวดมนต์เย็น นำโดย หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก รับฟังพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ พิธีบวชชีพราหมณ์ โดยจะบวชทุกวันสำหรับผู้ที่มาทีหลัง
หลวงปู่เณรคำ กล่าวต่อไปว่า สำหรับในวันที่ 31 ธันวาคม 2551 จะมีพิธียกพระพักตร์หยกเขียวซึ่งเป็นหยกอิตาลี ที่ได้สั่งซื้อนำเข้ามาจากประเทศอินเดีย ขึ้นประดิษฐาน บนใบหน้าองค์พระแก้วมรกตจำลอง ซึ่งในขณะนี้ การดำเนินการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลอง ได้ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จประมาณ 30 % ของงานทั้งหมด โดยจะมีพิธีพราหมณ์อัญเชิญบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กล่าวโองการอัญเชิญพระพักตร์พระแก้วมรกตจำลอง ขึ้นประดิษฐาน โดยทีมช่างก่อสร้างได้ทำการตัดและประกอบในส่วนของพระพักตร์เสร็จแล้ว และพร้อมที่จะอัญเชิญยกขึ้นไปประดิษฐานองค์พระแก้วมรกตจำลองในปัจจุบัน
ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวต่อไปว่า จึงขอเรียนเชิญท่านพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษและชาวไทยทั่วประเทศ ได้ร่วมกันจารึกชื่อของท่านลงในแผ่นหยกเขียว ก่อนที่จะอัญเชิญขึ้นประดิษฐานหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลอง ซึ่งนับได้ว่าเป็นการสร้างบุญญาบารมีครั้งยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงเป็นโอกาสที่สำคัญอันหาได้ยากยิ่ง ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาสจารึกชื่อของตนเองลงในแผ่นหยกเขียวที่จะอัญเชิญขึ้นหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลอง องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้กองงานพระเลขานุการ โทร.มือถือ 084 – 8252348
หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ขอเชิญร่วมพิธียกพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ ๒๕ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑
วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ - วันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑
ภาคเช้า
ภาคบ่าย
วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑
เสร็จพิธี
ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม (ต้องเปิดด้วยโปรแกรม Adobe Acrobat)
Buddhists in Sri Saket and around the country enthusiastically attended Luang Pu Nenkham Chattigo’s birthday congratulation ceremony on 18 September.
Pra Dhamma Thiti yarn, head of section 10 (Dhammayutti), Roi Et, Pra Dheb Pariyattiwimol, rector of Mahamakut Buddhist university, Pra Yarnwiseth, head of Sri Saket province (Dhammayutti), Pra Dheb Wongsajarn, head of section 9’s advisor, Pra Raj Dhamma Kosol, head of Ubon Ratchathani (Dhammyutti), Pra Raj Kittirangsi, Pra Kru Siri Dhammanukorn, Luang Pu Somboon Khantigo, President of Wat Pa Khanti Dhamma and Luang Pu Nenkham’s teacher, and Pra Maha Sun Sujinno kindly attended the ceremony on 17 -18 September, 2008.
On September 17, 2008 there were the ceremony of laying a sacred foundation stone for building the biggest baby Buddha Image in the world (23 meters height), the ceremony of ordaining as a Brahmma, the ceremony of stirring sacred rice, Thai senior Sanghas’s Dhamma debation led by Pra Dhamma Thitiyarn, section 10 (Dhammayutti), and Dhamma concert by Sathien Tummue in World-Dhamma and Peace album.
On September 18, 2008 all Buddhists who were attending the ceremony, giving almsfood for the monks in the early morning, then Dhamma discourse was kindly presented by his Venerable Pra Dhamma Thitiyarn. In the afternoon there was watering ceremony to congratulate Luang pu Nenkham. There were about 100,000 people attending at the ceremony.
Sri Saket highly respected monks with a wealthy man from Bangkok persuade Buddhists to lay a foundation stone for building the biggest Baby Buddha Image in the world by performing meritorious deeds, causing peaceful in the country and to be one of the holy Buddhist places in Thailand.
On September 17,2008 at 09:09 a.m. Pra Yarnwiseth, head of SriSaket province (Dhammayutti), Pra Kru Palad Maha Dr.Wichien Wachirawangso, abbot of Wat Thai Siri Rajgir, India and Pra Maha Sun Sujinno, head of Sri Saket district (Dhammayutti) were the president for laying sacred foundation stone building the biggest Baby Buddha Image 23 metres height at Wat Pa Khanti Dhamma. The Baby Buddha Image will be made of white marble, and from the feet to the forehead will be 9 metres. The tipitaka room and public library, and meditation hall located on the first floor. This building will be a historical religious place of Buddhism too. The cost is about 10,000,000 baht. Meritorious donators who wish to offer the support of building can make donation at Pra Wiraphon Sookphon, account number : 215-0616171 Bangkok Bank.
คหบดีใจบุญจากกรุงเทพฯ บริจาคเงินร่วม 5,000,000 บาท สร้างพระพุทธกุมารปางประสูติองค์ใหญ่ที่สุด ในโลก ถวายแด่ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ขอให้บ้านเมืองกลับคืนสู่สันติสุขโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 31 ส.ค. 51 ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายวรนนท์ พร้อมสุทธิพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิลเลียนเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 53/9 หมู่ 2 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ และคณะ ได้เดินทางมากราบนมัสการหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติ ซึ่งนายวรนนท์ และญาติมิตร ได้ร่วมกันบริจาคเงินประมาณ 5,000,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการก่อสร้าง โดยขณะนี้ได้มีการเตรียมฐานรากและสั่งวัสดุอุปกรณ์มาจัดเตรียมไว้ เพื่อดำเนินการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลวงปู่เณรคำ ได้นำคณะของนายวรนนท์ไปเยี่ยมชมการก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอยู่ห่างจากสถานที่ก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ประมาณ 99 เมตร ซึ่งหากสร้างเสร็จแล้วจะเหมาะสำหรับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมากทีเดียว
นายวรนนท์ พร้อมสุทธิพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิลเลียนเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กล่าวว่า ตนได้กราบไหว้เพื่อเป็นศิษย์ของหลวงปู่เณรคำ มานานประมาณ 3 ปีแล้ว และมีความศรัทธาหลวงปู่เณรคำมาก เนื่องจากว่าเป็นพระอริยสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ยึดมั่นในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่มีด่างพร้อย และเมื่อตนทราบข่าวว่าหลวงปู่เณรคำจะสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติ พอดีตนทำงานก่อสร้างอยู่แล้ว ก็เลยมีศรัทธา และ ได้ชวนครอบครัว และญาติพี่น้องมาทำการก่อสร้างให้ ซึ่งการก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติ จะมีความสูงจากพื้น 9 เมตร นับจากปลายเท้าถึงหน้าผาก นอกนั้นก็จะเป็นส่วนของโครงสร้าง รวมแล้วประมาณ 21 เมตร โดยผิวรอบองค์พระจะทำด้วยหินอ่อนสีขาวอย่างดี คล้าย ๆ กับการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม พร้อมทั้งจะมีการปรับ ภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นการร่วมอนุโมทนาบุญกับหลวงปู่เณรคำ จะได้เป็นพุทธสถานให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศมากราบไหว้สักการะ รวมทั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอีกด้วย และที่สำคัญก็คือเพื่อขอให้เกิดกุศลผลบุญให้ความสันติสุขกลับคืนมาสู่ประเทศไทยซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างรวมทั้งสิ้นประมาณ 5,000,000 บาท โดยหากว่าพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศที่มีความประสงค์จะร่วมบริจาคในการก่อสร้างครั้งนี้ ขอเชิญติดต่อบริจาคได้ที่ พระอาจารย์วิรพล ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
ทางด้าน พระอาจารย์วิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า การก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูตินี้ จะทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 17 ก.ย. 51 เวลา 09.09 น. ซึ่งจะตรงกับงาน วันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่เณรคำ โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างอย่างช้าประมาณ 3 ปี ขึ้นอยู่กับ พลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศที่จะมาร่วมสมทบทุนในการก่อสร้างพระพุทธกุมารปางประสูติองค์ใหญ่ที่สุดในโลกคู่กับการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ถือว่าการก่อสร้างครั้งนี้เป็นการก่อสร้างองค์บริวารในเขตปริมณฑลพุทธสถานแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในพระพุทธศาสนาของประเทศไทย