หลวงปู่ร่วมงานปฏิบัติธรรมและทอดผ้าป่า ณ วัดป่าขันติบารมีสาขา 201
พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ร่วมงานปฏิบัติธรรมและทอดผ้าป่า ณ. วัดป่าขันติบารมีสาขา 201 บ้านแสนสุข ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยมีพุทธศาสนิกชน ร่วมงานปฎิบัติธรรมทอดผ้าป่า ได้เงินสมทบ สร้างศาลา ที่พักสงฆ์ และห้องน้ำ มากกว่า 5 แสนบาท ขณะเดียวกัน ญาติธรรมที่ศรัทธา ร่วมกันมอบถวายกุฎิที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง แด่พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำเพื่อใช้เป็นที่พำนัก ระหว่างปฎิบัติศาสนากิจที่สาขาแห่งนี้ด้วย
เมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานมูลนิธิคุณธรรมและคุณภาพชีวิต และประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยพระสงฆ์ และคณะผู้ติดตาม ได้เดินทางมาร่วมงานงานปฎิบัติธรรมกรรมฐาน และทอดผ้าป่า ซึ่งมีประธานสงฆ์วัดป่าขันติบารมิ สาขา 201 พร้อมด้วย อาจารย์ สมบัติ –อาจารย์ กฤษณา เสาวบุตร ประธานฝ่ายฆารวาส และชาวบ้านแสนสุข ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว พร้อมใจกันจัดขึ้น โดยมีพุทธศาสนิกชนในละแวกใกล้เคียง และต่างจังหวัดมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
โดยก่อนที่พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ จะเดินทางมาถึงงานนั้น พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ เป็นหญิง ได้เข้าบวชชีพราห์ม ปฎิบัติธรรม กรรมฐาน ตั้งแต่เช้าวันที่ 6 ตุลาคม การอบรมมีทั้งการนั่งยืน เดิน ทำสมาธิตามแนวทางหลวงปู่เณรคำ ขณะเดียวกันมีชายชาวอเมริกา อายุ 24 ปี ได้บวชเป็นพระภิกษุและเข้าเรียนรู้ปฎิบัติธรรมตามแนวทางหลวงปู่เณรคำ ในครั้งนี้ ด้วยและจะอยู่ปฎิบัติธรรมที่นี่เป็นเวลา 15 วัน ส่วนในเวลากลางคืนของคืนวันที่ 6 ต่อเนื่อง วันที่ 7 ตุลาคม พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมปฎิบัติธรรม ยังได้รับฟังพระธรรมเทศนาและสนทนาธรรมกับพระภิกษุตลอดทั้งคืน ด้วย
พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้แสดงธรรมไว้อย่างน่าฟัง โดยท่านบอกว่า การแสดงธรรมในครั้งนี้เป็นครั้งแรกหลังจากเดินไปปฎิบัติศาสนกิจที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งที่นั่นท่านได้ไปเห็นความศรัทธาของเหล่าชาวคริสต์จักร ที่มีต่อองค์พระศาสดา ดังนั้น ทุกศาสนาไม่ว่าจะเป็นคริสต์ พุทธ ฮินดู อิสลาม ต่างก็อาศัยพลังศรัทธาจากประชาชนที่จะทำให้ศาสนานั้นๆ คงอยู่ได้ และทุกศาสนาและทุกศาสดา ต้องการให้ประชาชนในศาสนานั้นมีสภาวะจิตที่ประกอบด้วยคุณความดีปฎิบัติตนให้เป็นผลสำเร็จตามแนวทางของตนซึ่งหลักธรรมคำสอนของทุกศาสดา ดีหมด ดังนั้น เชื่อว่าหากทุกคนทุกศาสนามีสันติภาพและความเมตตาอารีย์ต่อกันปัญหาการรบราฆ่าฟังแบ่งแยกดินแดนและระหว่างศาสนาก็จะไม่เกิดขึ้น โลกก็จะเกิดสันติภาพกันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม พระเดชพระคุณหลวงปู่เณรคำ ย้ำว่า พุทธศาสนา เป็นศาสนาเดียวในโลกที่เปิดให้ทุกคนสามารถบรรลุเป็นพระอริยเจ้า บรรลุถึงซึ่งพระนิพพาน ไม่เฉพาะแต่พระสงฆ์เท่านั้น แต่สามารถบรรลุได้ทุกคนไม่แบ่งหญิงแบ่งชาย หรือนักบวช ซึ่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการบรรลุธรรมแล้วว่าสามารถทำได้อย่างไรตั้งแต่ 2500 ปี เป็นตนมาจนกระทั่งปัจจุบันมีมาตลอดเวลาทั้งหญิงและชายที่บรรลุธรรม ซึ่งจะเห็นว่าแตกต่างจากศาสนาอื่นที่ให้แต่เรื่อง ความเชื่อ และ จิตวิญญาณ ซึ่งศาสนาพุทธให้ได้มากกว่าให้ทุกคนได้ถึงซึ่งพระนิพพาน และ นับเป็นความโชคดีของคนไทยทุกคนที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระสมเด็จพระราชินีนาถ และมีพระพุทธศาสนา เป็นสถาบันหลักได้คอยซับน้ำตาของท่านทั้งหลายให้หายไป
สำหรับพื้นที่ของวัดป่าขันติบารมี สาขา 201 มีพื้นที่ด้วยกันทั้งหมด พื้นที่ 14 ไร่เดิมเป็นสวนผลไม้ของอาจารย์ สมบัติ - อาจารย์ กฤษณา เสาวบุตร ซึ่งมีจิตศรัทธาในพุทธศาสนาและศรัทธาในพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำได้มอบถวายที่ดิน จำนวน 9 ไร่ และผู้ใหญ่ ชนะ พันสิงห์ และชาวบ้าน ได้มอบถวายร่วมอีก 5 ไร่เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากนั้นได้จัดสร้างศาลาปฎิบัติธรรม และที่พักสงฆ์ ห้องน้ำ รวมทั้ง ช่วยกันทำถนน เข้าวัด นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ร่วมบริจาคไม้สักสร้างกุฏิ เพื่อรับรองพระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เณรคำ โดยมี คุณแม่บุญช่วย พิมพระ พร้อมบุตรธิดา ถวาย ปัจจัย 1 แสนบาท สำหรับจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งสิ้นงบประมาณกว่า 3 แสนบาท
เจ้าอาวาส สาขา 201 กล่าวว่า ปัจุจุบัน มีพระภิกษุจำวัดอยู่ที่นี่ 3 องค์ ด้วยกัน ส่วนยอดผ้าป่าสามัคคี ที่ประชาชนร่วมบริจาคได้เป็นเงินกว่า 5 แสนบาท ซึ่งต่อไปทางวัดป่าขันติบารมี สาขา 201 จะได้ปรับปรุงสภาพที่พื้นที่ เพื่อรองรับพุทธศานิกชนให้เพียงพอ และในอนาคตจะเปิดโครงการอบรมการวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางหลวงปู่เณรคำโดยจะเริ่มเป็นคอร์สสั้นๆ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก่อน

